หนุ่มเอาทองเมียไปลงทุน ได้กำไรกลับมาเกือบ 100 ล้าน

เปิดดูกล้องวงจรปิดเต็มบ้าน! หลังยื มทองเมียไปลงทุu ทำผลงอกเงยจากบ้านโล่งๆ กลายเป็นสวนกล้วยด่าง มูลค่ารวมกว่า 100 ล. เผย เคยมีเสี่ยคนดังเคยมาสู่ขอต้นแม่ 20 ล. ยังไม่ขาย! 

กว่าจะมีวันนี้ หนุ่มราชบุรี พาชมสวน “กล้วยด่าง” มูลค่า 100 ล. ลงทุuติดกล้องวงจรปิดเฝ้า 48 ตัว พร้อมเล่าจุดเริ่มต้น ยอมแลกทุกอย่างเพราะคิดว่าอาชีพนี้เหมาะสำหรับตนแล้ว

วันที่ 9 พ.ย. 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สวนกล้วยด่าง อ.บ้านคา จ.ราชบุรี ของ นายธนกร เพ็งนาเรนทร์ อายุ 37 ปี เจ้าของสวนกล้วยด่าง ได้ปลูกกล้วยด่างกว่า 30 สายพันธุ์

เพื่อจำหน่ายให้กับผู้สนใจ ซึ่งถือเป็นกระแสนิยมอยู่ในขนาดนี้ โดยสวนกล้วยด่างแห่งนี้มีเนื้อที่ 200 ตารางวา ปลูกกล้วยด่างกว่า 50 ต้น โดยมีราคาตั้งแต่หลักแสu จนถึงหลักล.บ.

นายธนกร เจ้าของสวนกล้วยด่าง เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้เคยประกอบอาชีพหลายอย่าง ทั้งเลี้ยงกุ้งสี, ปลูกพืชผลทางการเกษตร แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ

จนเป็นหนี้สิน ยิ่งโดนพิษโควิดยิ่งทำให้ตนเป็นหนี้เพิ่มขึ้น แต่ในช่วงมืดมิดย่อมมีแสงสว่าง เมื่อตนเห็นมีการนิยมซื้อขายกล้วยด่างในราคาแสuแพง

โดยเฉพาะกล้วยด่างแดงอินโด จึงได้ปรึกษากับเมีย ขอทดลองปลูกกล้วยด่างขาย โดยได้หาซื้อหน่อพันธุ์กล้วยด่างสายพันธุ์แดงอินโดมาทดลองปลูก ในราคากว่า 2 ส.บ. และทยอยซื้อหน่อพันธุ์เพิ่ม

สำหรับเงินที่เอามาลงทุuก็ไม่ใช่เงินที่ไหน คือเงินที่ได้มาจากการขอยืมทองคำ น้ำหนักกว่า 60 บ. ของเมียไปขาย จนได้เงินทุนมากว่า 1,680,000 บ.

ตนปลูกจนออกหน่อก็เริ่มโพสต์ขายผ่านช่องทางโซเชียล ทำให้เป็นที่รู้จักมีลูกค้าสนใจติดต่อเข้ามาเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ เริ่มมาทำธุรกิจนี้มาประมาณ 1 ปี และจริงจังเมื่อปลายเดือน มี.ค. เริ่มต้นจากมีกล้วยด่างแค่ 5 ต้น และเริ่มจากไม้หลักหมื่นขยับเป็นหลักแสu

ตนจะเลือกต้นสวยๆ เป็นจุดดึงดูดให้เป็นที่น่าสนใจกับลูกค้า ถึงแม้จะต้องลงทุuนำทองของเมียไปขาย และต้องกู้ธนาคาร นำรถเข้าไฟแนนซ์

ตนก็ยอม เพราะตนคิดว่าอาชีพตรงนี้เหมาะสำหรับตนแล้ว จึงยอมแลกทุกอย่าง ทุกวันนี้รถยังอยู่ในไฟแนนซ์ เพราะอยากเก็บเงินเพื่อไว้เลือกซื้อต้นที่สวยมาต่อยอดธุรกิจก่อน

ซึ่งขณะนี้ตนมีกล้วยด่างรวมกว่า 30 ชนิด เป็นกล้วยด่างสายพันธุ์แดงอินโดประมาณ 50 ต้น มาจากการขยายพันธุ์ และซื้อเข้ามา

ส่วนกล้วยด่างที่ตนมีอยู่ในตอนนี้มีราคาแพงที่สุดคือ กล้วยด่างสายพันธุ์แดงอินโดที่ตนตั้งชื่อว่า “ทองคันนา” ซึ่งมีคนมาเสนอให้ราคาที่ 20 ล.บ.

แต่ตนขายให้ไม่ได้เพราะมีการจองหน่อไว้แล้ว ลูกค้าจึงไปซื้อต้นที่มีราคา 10 ล.แทนที่เคยมีดราม่ามาแล้ว และโดยรวมราคาประเมินทั้งสวนประมาณหลัก 100 ล.บ. ราคาจะขึ้นลงต้องอยู่ที่การซื้อการขายด้วย

สำหรับต้นกล้วยด่างสายพันธุ์แดงอินโดที่เป็นประเด็นอยู่ในขณะนี้ คือต้นที่ตนตั้งชื่อว่า “ทองคืนเมีย” ซึ่งเป็นสายพันธุ์แดงอินโด “ลายพายุวากิว”

เนื่องจากเริ่มแรกตอนที่ทำกล้วยด่าง แล้วต้องยืมทองของเมียมาซื้อกล้วยด่าง จึงสัญญากับเมียว่า ถ้าทำแล้วรวยขึ้นมาจะทวงทุกอย่างเอาคืนกลับมาให้ จนต้นนี้โตเมียจึงขอว่า “ต้นนี้ขอนะถ้าขายได้จะเอาไปซื้อทอง” ตนจึงตั้งชื่อว่าทองคืนเมีย

อย่างไรก็ตาม เหตุผลที่ต้องติดกล้องวงจรปิดถึง 48 ตัว เพราะสวนตนมีพื้นที่กว้างถึง 2 งาน และมีไม้ที่มีมูลค่าสูง ตนอยากจะป้องกันไว้ก่อน จึงปรึกษากับทางช่างทำยังไงก็ได้ให้เห็นทุกมุมของสวน ช่างจึงติดกล้องให้ 48 ตัว ในราคารวมกว่า 100,000 บ. เห็นราคาแล้วตกใจเลยหามาปลูกแทบไม่ทัน